การเลือกซื้อนาฬิกาหรู

การเลือกซื้อนาฬิกาหรู

ถ้าพูดถึงเศรษฐกิจในยุคนี้ การหันมาสะสมนาฬิกา ถือว่าเป็นการลงทุนที่จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต และเป็นทางเลือกที่ดีในการลงทุน นอกจากจะได้สวมใส่อย่างสวยงามและดูภูมิฐานแล้ว ยังเป็นของที่มีมูลค่าไม่ตก

 

ยิ่งเป็นรุ่นพิเศษหรือลิมิเต็ด ที่ผลิตออกมาจำนวนน้อยๆ ยิ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าได้เป็นอย่างมาก  และด้วยสภาพการเมืองในประเทศไทยที่ยังไม่นิ่ง ประกอบกับราคาทองคำที่ผันผวน จึงเป็นสาเหตุทำให้คนหันมาลงทุนในการซื้อนาฬิกาหรู เพิ่มมากขึ้น

เคยมีการสำรวจของบริษัทนาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ พบว่าคนไทยเป็นนักสะสมนาฬิกาเป็นอันดับสี่ของโลกเลยทีเดียว เรียกได้ว่าไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนที่หายาก เมืองไทยเราต้องมีอยู่แน่นอน แบรนด์นาฬิการะดับโลกที่นิยมสะสม อาทิเช่น เพียเจต์ (Piaget), ซาร์การ์ (Sarcar), แฮร์รี่ วินสตัน (Harry Winston), บุลการี (Bvlgari), โฆรุ่ม (Corum), แฟรงก์ มุลเลอร์ (Franck Muller), เบรเก้ต์ (Breguet), บลองแปง (Blancpain) ทิฟฟานีแอนด์โค (Tiffany&Co) และ ปาเต็ก ฟิลลิป (PATEK PHILIPPE) เป็นต้น

ยังไม่รวมนาฬิกาจากญี่ปุ่น ที่ได้รับความนิยมในการสะสมเช่นกันในบางรุ่น

ทั้งนี้การสะสมนาฬิกาหรู ส่วนใหญ่จะเป็นการรับรู้ถึง คุณค่าของตราสินค้าที่ นักสะสมมีความต้องการใช้นาฬิกาแบรนด์นั้น  ซึ่งคุณค่าตราสินค้า หมายถึง มูลค่าที่เป็นคุณค่าของแบรนด์หรือชื่อเสียง หากแบรนด์ไม่มีคุณค่าแล้ว ย่อมไม่สามารถสร้างมูลค่าให้กับเจ้าของได้  ผู้บริโภคที่มีทัศนคติที่ดีต่อคุณสมบัติของสินค้าและชื่นชอบตราสินค้านั้น ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ นาฬิกาหรูมีมูลค่ามาก ในสายตาของนักสะสม

001

นอกจากนี้ การรับรู้คุณภาพและเอกลักษณ์ของนาฬิกา คือ การที่นักการตลาดพยายามสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์ เช่น คุณลักษณะ คุณสมบัติ หรือคุณประโยชน์ แล้วเชื่อมโยงสิ่งนั้นให้ผู้บริโภครับรู้ว่า เป็นผลิตภัณฑ์ประเภทใด เมื่อเชื่อมโยงแล้ว จะทำให้ผู้บริโภคเกิดภาพลักษณ์ (Image) ของนาฬิกา และทราบถึงตำแหน่งหรือจุดยืน (Brand Position) ของผลิตภัณฑ์นั้น ทำให้สามารถกำหนดราคาให้เป็นไปตามความต้องการได้

ในการเลือกซื้อนาฬิกาหรูนั้น ส่วนมากผู้ซื้อจะพอมีฐานะพอสมควร ถ้าไม่เลือกซื้อจากร้านค้าตัวแทนในประเทศ ก็จะมีการเดินทางไปต่างประเทศและมีการซื้อนำกลับเข้ามา ซึ่งราคาของนาฬิกาแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อนั้น แน่นอนว่ามีหลักแสนหรือหลักล้านบาทเลยทีเดียว แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้น คือราคาที่อาจเพิ่มสูงขึ้นถึง 15-20% ต่อปี

หากได้มีการขายต่อในวันข้างหน้า ตามร้านรับซื้อนาฬิกา ยิ่งเป็นนาฬิการุ่นพิเศษในโอกาสต่างๆ ดังเช่นที่กล่าวมาข้างต้น ก็ย่อมจะได้ราคาขายต่อ เมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ มากกว่าการถือครองทองคำกันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นใครที่สนใจนาฬิกาหรู แบรนด์ต่างๆ ก็ลองศึกษารายละเอียดกันได้เลยนะครับ

About the Author: admin